คืนนี้เราพักกันที่หลวงน้ำทา ผมชอบเมืองหลวงน้ำทามาก
เพราะให้ความรู้สึก เป็นเมืองของนักเดินทางแบ็คแพ็ค
เหมือน ปาย สมัยก่อน
เป็นทางผ่านของนักเดินทาง เป็นเมืองที่ไม่ครึกครื้น หรือเงียบเกินไป
มีวิถีชีวิต ของผู้คนท้องถิ่นผสมผสานกับ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ยังไม่มากเกินไป
จนสูญเสียกลิ่นไอ แห่งเมืองลาว
อากาศที่เย็นสบาย ออกไปทางหนาวนิดๆ ทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก
ยามค่ำคืน มีร้านหรือบาร์เปิดอยู่นิดหน่อย แต่งแต้มชีวิตยามค่ำคืน สำหรับนักเดินทางที่เดินทางมาตลอดวัน
ได้พักผ่อนแบบชิลๆ
ยามเช้า มีร้านกาแฟ มีร้านอาหาร ให้ได้กิน เคล้าอากาศเย็น และเดินเที่ยวชมชีวิตชาวลาว
พอถึง ยามเช้า เดินเที่ยว พอได้รู้ได้เห็น ก็ต้องล่ำลา เมืองหลวงน้ำทา เพื่อเดินทางต่อสู่ เมืองงอย
ที่พักที่ต่อไปของเรา
สะบายดี หลวงน้ำทา .............
แวะเที่ยว ตลาดชาว ไทดำ ข้างทาง
ซึ่งขาย ผลไม้ หรือ อื่นๆ ตามที่หามาได้
ไทดำ หรือ ผู้ไท หรือ ลาวโซ่ง เป็นกลุ่มชาวไทกลุ่มหนึ่ง ที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในเขตสิบสองจุไทเดิม
หรือบริเวณลุ่มแม่น้ำดำ และแม่น้ำแดงในเวียดนามเหนือ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของ ชาวไทดำ ชาวไทแดง และชาวไทขาว
ในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนาม และลาว พวกเขาได้เรียกชนเผ่าที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำดำว่า
ไทดำ ที่เรียกว่าไทดำ ไม่ใช่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำดำ
แต่เพราะว่ากลุ่มชนเผ่าไทดังกล่าว นิยมสวมเสื้อผ้าสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งย้อมด้วยต้นห้อมหรือต้นคราม
การที่เรียกว่า"ลาวโซ่ง" จริงๆแล้วชนชาติพันธุ์ไม่ได้เป็นลาว
เหตุที่เรียกเช่นนี้เป็นเพราะว่ามีการอพยบผ่านลาว การเรียกว่า "ชาวโซ่ง" หรือ "ชาวไททรงดำ"
จะถูกต้องกว่า เหมือนที่มีการเรียกคนกลุ่มนี้ในจังหวัดเพชรบุรีว่า "โซ่ง" หรือ "ไทยทรงดำ"
เราได้พูดคุยกับป้า ชาวไทดำ
และได้บันทึก VDO เก็บไว้
แกพูดว่า ดีใจที่มีคนไทย มาเยี่ยม อยากให้คนไทย มาเห็นชีวิตชาวไทดำบ้าง
เพราะเราต่างก็มีพื้นเพ เดียวกัน
......................
ความห่าง ระหว่างเรา
หากกำหนดทางวิทยาศาสตร์ ก็ คง หลายร้อยกิโลเมตร
หากกำหนดทางเศรษศาสตร์ ก็คงตัวเลข GDP
เพียงอย่าไปหลงยึดติดกับมันมากนัก
ทั้งหลายเราเชื่อมถึงกันด้วย ภาษา และ รอยยิ้ม.
ในที่สุด เราก็เดินทางมาถึง
"ปากมอง"
ปากมองเป็นเมืองเล็กๆ เป็นเมืองผ่าน เรามาจาก หลวงน้ำทา ผ่าน อุดมไซย
มาถึงสามแยกตัว T ถ้าเลี้ยวขวา ก็จะไปหลวงพระบาง (ไปอีกราว 200 กม. ตามในรูปที่เห็น
หลวงพระบาง ถ้ามีเวลาทัน จะเก็บไว้ไปตอนขากลับครับ ...
อีกตรงไป ทางหนึ่งก็ไปหนองเขียว ( เมืองงอย ) ปลายทางของเรา
ขี่ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็จอด จิบกาแฟ กับเส้นทาง ยามเย็น ที่สวยงาม
อากาศในลาว ยามกลางวัน ก็เย็นๆ ยามกลางคืนก็หนาวทีเดียว....
ขี่รถยามเย็น ลมปะทะหน้า สบายเสียนี่กระไร ....
รถก็น้อย นอนกลางถนน ได้อย่างสบายๆ ......