ออกจาก กทม แวะบ้าน ต่างจังหวัด เตรียมของ และไปให้ถึงด่านเชียงของ จ. เชียงราย เพื่อข้ามแม่น้ำโขง
สู่ประเทศในฝัน ลาว.......
ขี่มาถึงด่าน เชียงของจนได้
( ที่จำเป็นจะต้องมาถึงเชียงของเพราะว่า ด่านหนองคายไม่อนุญาตให้มอเตอร์ไซด์ข้ามได้ครับ )
เพราะว่า มอเตอร์ไซด์ เป็นลูกเมียน้อย จะทำอะไรก็ถูกริดรอนสิทธิ์ไปเสียหมด....
ประเทศลาวอยู่ข้างหน้าครับ...
จุดหมายปลายทางในวันนี้ คือ เมืองหลวงน้ำทา
เราขี่กัน เรื่อยๆ ชิลๆ แวะเที่ยวตามหมู่บ้าน
แวะชมวิว ริมทาง ไปเรื่อยๆ
เราเข้าไปถามไถ่ เรียนรู้ พูดคุย ตามหมู่บ้าน
ให้ได้รู้ ว่าพี่น้อง เพื่อนบ้าน ร่วมโลกเรา อยู่กัน อย่างไร
กินกันอย่างไร .......... ใช้ชีวิตกันเช่นไร .........
ให้ได้รู้ ให้ได้เห็น ว่าที่โลกเป็น เป็นเช่นไร
ทิวทัศน์ระหว่างเส้นทาง ด่านเชียงของ - หลวงน้ำทา
เป็นภูเขาสูง ที่สวยงาม มีหมู่บ้านตั้งอยู่ ห่างๆ กันเป็นระยะๆ ประมาณ 40 กม/หมู่บ้าน
หมู่บ้านพวกนี้ ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า เด็กๆ ไม่ได้รับการศึกษา ชาวบ้านก็หาของป่า
ดำรงชีวิตกันไปเรื่อยๆ...
มันช่วยพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า
คนเรา บางที ไม่ต้องมีทรัพย์สิน เงินทาง มากมาย
เราก็ดำรงชีวิตอยู่กันได้....
เห็นอย่างนี้ อย่าตีค่า ว่าเค้ามีความสุข น้อยกว่า คนกรุงเทพฯ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ อย่างเรานะครับ.........
บางที มันอาจมีความสุข มากกว่า คนที่ตั้งหน้าตั้งตา หาแต่เงิน....
จนลืมไป ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิตกันแน่....
เงิน หรือ ความสุข ....
คนบางคน ตายไปบนกองเงิน กองทรัพย์สิน รถคันโตๆ บ้านหลังใหญ่ๆ ....
แต่กลับได้เรียนรู้ความสุข ของชีวิต น้อยเหลือเกิน .....
บางที ความสมบูรณ์ของชีวิต ก็แค่มีจิต ที่สงบเย็น เท่านั้นแหล่ะ
หาได้ต้องการอะไร ไปมากกว่านี้....
เด็กๆ ที่นี่ น่ารัก สดใส จิตใจบริสุทธิ์ เหมือนดังผ้าขาว....
ถึงแม้เนื้อตัวจะมอมแมมไปบ้าง....
ก็หาได้บดบัง ความบริสุทธิ์ของจิตใจได้...
ผู้คนชาวลาว แม้แต่ผู้ใหญ่ ก็มีน้ำใจ คุยแล้ว ยังรู้สึกได้ถึงความจริงใจ...
คงเป็นเพราะเขาอยู่กับธรรมชาติ ....
ความโลภ กิเลส เลยครอบงำเขาได้น้อย....
มันเป็นเช่นนั้นหรืออย่างไร ....
เพียงแค่ได้เดินทาง สั้นๆ ในลาว วันแรก
ผมก็ได้รู้สึกว่า เราคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ได้มาเส้นทางนี้
ภายใต้ท้องฟ้า ที่กว้างใหญ่
ยังมีสิ่งให้เค้าค้นหาอีกมากมาย
ถ้าไม่ออกไป ก็ค้นไม่เจอ ประสบการณ์ใหม่ ยังรอเราอยู่ ใต้ฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่แห่งนี้
บ่ายคล้อยแล้ว ระยะทางยังมีให้เดินทางอีกยาวไกล
ก็ขี่กุเลงๆ ไปเรื่อยๆ ครับ
เราขี่ด้วยความเร็ว ไม่เกิน 60 เพราะชมวิวกันไปเรื่อยๆ
แซงรถประจำทางได้สบายๆ เพราะรถประจำทางที่นี่ วิ่งกันช้าเหลือเกิน...
กว่าจะถึงแต่ละเมือง กว่าจะออกจากเมืองแต่ละเมือง .... เสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง....
ถ้าจะแบ็คแพ็ค ไปลาว ด้วยรถประจำทางจริงๆ ต้องมีเวลาเยอะมากๆๆๆ ครับ แค่นั่งรถก็หมดวัน
ไม่มีเวลาได้ซึมซับ บรรยากาศข้างทางสักเท่าไร.....
ยกเว้น ได้เข้าใจ การเดินทาง ในแบบที่เป็นท้องถิ่น ของถิ่นนั้นจริงๆ
แต่ด้วยเวลาที่จำกัด และทุนน้อยๆ ก็ต้องมอเตอร์ไซด์นี่แหล่ะครับ ที่ตอบโจทย์....
ขอบคุณ tukkung ด้วยนะครับ




